วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

anhydrous tomato

ผลมะเขือเทศ โดยปกติมีน้ำนุ่มนวล และแลดูฉ่ำตา นั้นคือสิ่งปกติตามธรรมชาติ ตามหากปล่อยทิ้งไว้นานเข้า ผลมะเขือเทศก็จะถูกหนอนแมลงแทะไป นั้นคือสิ่งปกติตามธรรมชาติ มีความอุดมสมบูรณ์ และภายในความอุดมสมบูรณ์ก็มี สิ่งผิดปกติ เช่น จุรินทรีย์ และแบตทีเรีย เมื่อผลมะเขือเทศถูกกัดกิน มันก็จะไม่มีวันกลับคือสู่สภาพเดิม เป็นไปตามธรรมชาติ

ผู้เขียนกำลังจะบอกอะไร ผู้เขียนกำลังจะบอกว่า เหมือนและ/หรือคล้าย กับระบบ E หลายๆ ส่วนภาคถูกกัดกินจากดำเนินงาน หลายๆส่วนภาค โดยส่วนใหญ่ ดำเนินระบบ E แล้ว เกิดสภาวะขาดดุล โดยธรรมชาติ และใช้ network knot other hand จาก ส่วนภาคอื่นเข้าช่วยเหลือ และส่งผลให้ P บางส่วน เกิดสภาวะเกินดุลในชนกลุ่มน้อย แต่คนกลุ่มมาก ยังคงต้องตกอยู่ในกงกรรมกงเกวียน จากความยากจน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะความ ในกลุ่ม P ที่ยังไม่เข้าใจระบบ E จึงไม่สามารถปฎิบัติการได้ถูก ไม่สามารถเกื้อหนุน และไม่สามารถรองรับ นโยบายระบบ E ได้ และนั้นคือความยากจน การออกนโยบาย E ในครั้งหนึ่ง อาจส่งผลให้เกิดการกระตุ้นระบบ ให้ P บางกลุ่มเติบโต และเป็นหน้าตาของส่วนภาคนั้นไปโดยปริยาย (P เพียงไม่ถึง 3% โดยประมาณ) (อีกส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบในเชิงบวก ทั้งที่ยังไม่มีความเข้าใจ ที่จะปฎิบัติการตอบสนอง นโยบายระบบ E แต่ได้รับผลโดยบังเอิญจากระบบ 30%โดยประมาณ)

P โดยส่วนใหญ่ยังดำเนินชีวิต แบบตามดีตามเกิด ได้รับผลกระทบด้านบวกบ้าง ลบบ้าง ตามยศฐากรรม ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว การพัฒนา P ระดับล่างนั้นเป็นเรื่องที่ยาก บางครั้งขาดความเข้าใจ บางครั้งไม่ได้ให้ความสนใจ บางครั้งเกิดความมักง่ายเนื่องจากถูกกดดันจากระบบ E และผู้ใช้ระบบ E ขาดความให้ความสำคัญกับ P ระดับล่าง เพียงแต่มองภาพรวมใหญ่เป็นผลงานเท่านั้น

แล้วสิ่งเหล่านี้ จะเหมือนผลมะเขือเทศหรือ ที่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกระบบธรรมชาติ และ/หรือระบบ E network และก็ใช้ network knot other hand ในการแก้ปัญาหา หากใช้ไม่ได้ ก็ปล่อยจนกระทั้งเน่าเสียเฉดเช่นนั้นหรือ

Hydrogen ปัจจุบันมีการปรับแต่งเครื่องปรุงอาหารมาใช้คู่กับ Hydrogen จนกลายเป็นเครื่องปรุงและสามารถถนอมอาหารที่ดีได้ เป็นเครื่องคิดแปลงใหม่ ที่ใช้กับแพร่หลายแล้วใน ดินแดนที่เจริญกว่านี้ ผู้เขียนขอใช้คำว่า The developed world และหากเป็นไปได้การใช้ Hydrogen ที่ปรับแต่งด้วยเครื่องปรุงอาหาร บางครั้งก็อาจจะสามารถรักษาความสด และป้องกันจาก จุรินทรีญ์ และ/หรือแบตทีเรีย ได้ และอาจจะสามารถช่วยชะลอความสดใหม่ได้ เฉกเช่นเดียวกัน หากระบบ E ที่เป็นระบบ network knot other hand ในการแก้ปัญหาในระบบ แน่นอนว่าระบบอาจเสีย และ/หรือ เน่า เน่าแบบค่อยๆทวีความเร็วขึ้นเรื่อยๆ ระบบ Hydrogen ก็อาจจะสามารถช่วยชะลอความเสื่อมสะหลายของระบบได้จริงหรือ หรืออาจจะจริง ยังไม่มีใครสามารถต้องคำถามเหล่านี้ได้เช่นกัน และอาจจะตลอดไปครับ

FIFO หรือ การจัดลำดับเข้าก่อนออกก่อน เข้าทีหลังออกทีหลัง กับ Hydrogen อาจมีความสัมพันธ์กันแบบไม่น่าเชื่อ คำและ/หรือประโยชน์ทั้งสองนี้ อาจช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ และบางที ผู้เขียนอาจเรียก คำและ/หรือประโยชน์ ทั้งสองนี้ว่า FIFO Hydrogen System โดยการทำให้เย็นแบบมีระบบก่อนหลัง ในการขจัดปัญหา ระบบ E network หรือการแก้ปัญหาแบบ network knot other hand ที่พึ่งพิงผู้อื่นมากจนเกินไป และพึ่งพิงกันทั้งระบบ E network จนทำให้ดูเหมือน ตัวโดมิโน ล้มพิงกันแบบไม่มีระบบระเบียง (Domino Unstable) และหากมีปัญหา หรือปัจจัยใดมากระทบ โดมิโนเหล่านั้นคงจะล้มละเนละนาด และบางที ระบบ E network ก็อาจจะล้มละเนละนาด หรือ อาจเป็นผลมะเขือเทศที่ถูกกัดกิน (anhydrous tomato) หรือว่าตอนนี้ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นแล้ว การดำเนินงานที่มียอดสมดุลติดลบ การพยายามขอความช่วยเหลือจากส่วนภาคอื่นเพื่อจุนเจือ เพื่อสร้างภาพว่ายังดูดีอยู่ ทั้งที่ฐานภายในยังไม่แข็งแรงกันเป็นส่วนใหญ่ แทบทุกส่วนภาค จุดที่สำคัญที่สุดและ/หรืออาจเป็นสัญญาณเตือนคือ การพยายามช่วยเหลือจุนเจือกัน เมื่อส่วนภาคนั้นมีปัญหา (เป็นประโยชน์ที่ดูดี) แต่หากการช่วยเหลือนั้นมาจาก เราต้องช่วยเขา หากไม่ช่วยเราจะแย่ ซึ่งไม่ใช่การช่วยเหลือ โดยความมีน้ำใจในเนื้อแท้ สัญญาณเตือนเหล่านี้หากมองในแง่ดี ถือว่า E network เป็นระบบที่มีความสมัครสมานสมัคคีกันดี แต่หากไม่ใช่ล่ะครับ

ในมุมมองของผู้เขียนแล้ว สัญญาณเตือนการที่ ระบบ E network ทุกส่วนภาคพยายามเข้าช่วยเหลือกัน นั้นอาจจะหมายถึง ความรู้สึกว่า ต้องช่วยแล้ว ถ้าไม่ช่วย ระบบ E network จะแย่กันไปหมดรึเปล่า ปรากฎการณ์เหล่านี้ ผู้เขียนขอใช้คำว่า Domino Unstable หรือ ภาวะพึงพิง แบบเครือข่าย และส่วนภาคที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด คือ ส่วนภาคที่ ผลิต - ใช้เองอย่างครบถ้วน - เหลือส่งต่อส่วนภาคอื่น - ไม่รับสิ่งไม่จำเป็นตามศักยภาพของส่วนภาคมากเกินไป - กลับมาผลิตภัณฑ์ใหม่ใช้ทดแทนเอง วงจรนี้ฟังดูแล้วยาก และเชย ไม่ประสบความสำเร็จในการดำเนินการด้วย เมื่อนำมาใช้ปฎิบัติจริงในส่วนภาค ชื่อมันคือ Old Cycle to Use

ดังนั้น anhydrous tomato จึงอาจหมายถึงการเริ่มเสื่อม หรือการเสื่อมสภาพตามกาลเวลา ถึงแม้เราจะเก็บรักษาผลมะเขือเทศได้ดีเพียงใดแต่ผลมะเขือเทศที่บริโภคไม่หมดภายในที่ที่มีการเก็บรักษาดีเพียงใดมันก็ต้องมีการเสื่อมสะลายไป ภายในสถานที่ที่เราเก็บรักษาเป็นอย่างดี และบางทีพ่อค้าอาจต้องเก็บผลมะเขือเทศออกจากชั้นวางและเปลี่ยนผลมะเขือเทศชั้นดีใบใหม่แทนที่ อาจเห็นได้ว่าเหมือนเราเปรียบระบบ เป็นผลมะเขือเทศแล้วการพยายามบูรณะใหม่จะเป็นสิ่งที่เราทำไม่ได้ และพ่อค้าก็ต้องเริ่มหามะเขือเทศใบใหม่มาทดแทน

การถนอมอาหารรูปแบบใหม่ โดยการ FIFO Hydrogen คือการทำให้เย็นหรือแปลรูปผลิตภัณฑ์โดยการถนอมอาหารรูปแบบใหม่ อาจเป็นการแปลสภาพจากของสด เป็นของสดที่อยู่ความเย็นและสามารถทำให้อยู่ในสภาพเดิม และนำมาจัดวางในชั้นวางใหม่ในปริมาณที่พอเหมาะตามความต้องการ หากเราทำได้ขนาดนี้ คิดว่าน่าสนใจหรือไม่การแปลสภาพของสดโดย Hydrogen และการทำให้กลับอยู่ในสภาพเดิม และนำมาทำการ FIFO จัดเรียงใหม่ในชั้นวาง และแน่นอนว่าผลมะเขือเทศก็ยังก็สดและเก็บไว้ใช้ในกรณีที่มะเขือเทศขาดแคลน และด้วยคำปริบทเหล่านี้ อาจเปลี่ยนคำจำกัดความของ "anhytrous tomato เป็น fresh tomato"

fresh tomato มะเขือเทศที่สดและสามารถรักษาความสดใหม่ได้ แน่นอนว่าลูกค้าและผู้ใช้บริการตอบชอบแน่ แต่ว่าจะทำได้จริงหรอ การทำให้เย็นโดย Hydrogen เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ ตามกรณีที่จะทำให้ผลมะเขือเทศกับมาสู่อุณหภมิห้องนั้นเป็นเรื่องยุ่งยาก เนื่องจากอาจทำให้ผลมะเขือเทศช้ำได้ ดังนั้นจึงต้องค่อยปรับอุณหภูมิบริสภาพแวดล้อมเพื่อลดความช้ำเป็นเรื่องที่ระเอียดอ่อน เรียกว่า การปรับจูนอุณหภมิเพื่อที่จะให้สภาวะร่างกายอยู่ระดับปรตินั้นเอง และหากการปรับจูนนี้ได้ผล แน่นอนถ้าเป็นระบบแบบเงื่อนเครือข่ายล่ะจะทำได้เหมือนกันหรือไม่

การแปลภาพจำลองจากสิ่งต่างๆที่กำหนดมาเป็นภาพความจริงใช้และทดลองกับของจริงเป็นเรื่องยากและบางครั้งอาจพบปัญหาต่างๆมากมาย ผู้เขียนอยากให้มีเมืองจำลองซะสองถึงสามเมืองจริงๆ เพื่อที่จะได้เปิดการลองรับการปรับระบบใหม่ทางเศรษฐกิจ เพราะในปัจจุบันเราไม่มีเวลาเหลืออีกแล้วและการใช้ภาพจำลองก็เป็นอะไรที่ต้องใช้เวลานาน ในการทดลองเก็บรวบรวมข้อมูล แก้ไขปัญหา ทดลองระบบและกลไกต่างๆ กินเวลานานประมาณ ห้าถึงสิบปีเข้าไปแล้วการทดลองอาจล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จ ก็เป็นสิ่งที่ควรทำเพราะในปัจจุบันเราไม่มีเวลารออีกแล้วกลไกต่างเดิมไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว หากเราไม่เริ่มทำอะไรบ้างอย่าง ปัญหาต่างๆจากระบบเงื่อนอุปทานก็จะเกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมา จนยากจะแก้ไข และการทดลองเราไม่มีอะไรจะต้องเสียเพียงแค่เสียต้นทุนการกาลเวลาเท่านั้น ดังนั้นจึงเกิดระบบเงื่อนอุปทานในรูปแบบใหม่ขึ้น

การทำให้เย็น (Hydrogen) หมายถึง ปัญหาอะไรที่กำลังร้อนที่สุดในตอนนี้ ภาระหนี้ต่างๆ เป็นต้น ทำให้มันเย็นลงเช่น การทำการเซตระบบการเงินใหม่โดยจัดตั้งสหภาพการควบคุมการสร้างหนี้ หรือมีการกำหนดมาตรการสร้างหนี้ใหม่ เช่นหากจะก่อหนี้ได้ส่วนภาคนั้นจะต้องมีปัจจัยประกอบ ดังนี้ หนึ่งต้องมีผลผลิตมวลรวมของประเทศขั้นต่ำ สองต้องมีเงินในบัญชีเกินดุลเฉลี่ยภายใน5ปี มากกว่า 50% จากปีฐาน สามต้องต้องมีศักยภาพการผลิตไม่น้อยกว่า 50% ของ รายได้ประชาชาติ และการจัดลำดับเข้าก่อนออกก่อน (FIFO) คือการจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำหลังการก่อหนี้ อาทิเช่น ต้องมีการกำหนดเป้าหมายเมื่อก่อหนี้ ต้องมีการกำหนดระยะเวลาการใช้หนี้ ต้องมีการวางเป้าหมายการสร้างรายได้จากการก่อหนี้ ต้องมีการตรวจผลการดำเนินการหลังการก่อหนี้ในระยะเวลา สั้น กลาง และยาว คือ 1ปี 3ปี 5ปี และสุดท้ายต้องมีการประเมินผลกระทบต่อปัจจัยต่างๆหลังจากการดำเนินการทั้งสิ้น จะเห็นได้ว่า ควรมีการกำหนดกรอบและกติกาในการสร้างหนี้ การจัดระเบียบการสร้างหนี้เป็นสิ่งสำคัญ การเกื้อหนุนกันเป็นสิ่งดี แต่การเกื้อหนุนเพียงเพื่อให้เกิดความอยู่รอดนั้นไม่เพียงพอสำหรับระบบเงื่อนอุปทานอีกต่อไป ดังนั้นหากว่าส่วนภาคไหนประสบปัญหาและไม่สามารถก่อหนี้ได้นั้นไม่ได้หมายความว่าส่วนภาคนั้นเป็นผู้แพ้ แต่มันถึงเวลาที่ส่วนภาคนั้นจะต้องลดบทบาทลดและหันการพึ่งพิงศักยภาพการผลิตในส่วนภาคของตัวเองมากเอง และก้าวขึ้นมาหรือกลับขึ้นมาเป็นส่วนภาคชั้นแนวหน้าด้วยลำแข็งของตัวเอง แน่ว่าส่วนภาคไหนตกต่ำ ก็ควรลดบทบาทลง ส่วนภาคไหนสูงขึ้นก็ควรจะเพิ่มบทบาทมากขึ้น จึงจะเป็นไปตามกลไกการดำเนินงาน และถึงเวลาแล้วที่ส่วนภาคไหนมีศักยภาพในส่วนภาคดีกว่าย่อมต้องขึ้นเป็นผู้นำ มิใช่ค่อยอาศัยพึ่งพิงแต่การค้าระหว่างประเทศโดยอาศัยระบบเงื่อนอุปทาน

tomato paste นอกจากนี้ tomato หรือมะเขือเทศยังสามารถนำมาทำอะไรอีกได้ตั้งหลากหลายอย่าง อาทิเช่น paste เป็นการประกอบอาหารชนิดหนึ่งโดยการทำให้เป็นของเหลวค่นๆ มีความหยุ่นๆในตัว นั้นคือซอสไงครับ ซอสที่ทำจากมะเขือเทศเช่นซอสมะเขือเทศโดยทั่วไปที่เราทานกับขนมปัง มันฝรั่งทอด หรือแฮม และซอสมะเขือเทศก็ช่วยเพิ่มรสชาติอาหารให้เด่นชัดขึ้น รสเปี้ยวนิดๆช่วยให้เราเจริญอาหาร แน่นอนมันช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายเพราะมีวิตามินซี และยังมีสารอนูมูลอิสระอื่นที่มีประโยชน์ต่อร่ายกายด้วย แต่คำว่า "paste" นั้นมักใช้กับการประกอบอาหารเป็นหลักไม่ใช้ ซอส ที่เป็นเครื่องเคียง tomato paste จึงไม่ใช่แค่ซอส แต่เป็นส่วนหนึ่งของอาหารในจาน จานนั้น

tomato paste ทำอะไรได้บ้าง สปาเก็ตตี้เนื้อบดในซอสมะเขือเทศและมกโคลี่ ฟังจากเมนูนี้แล้วมีส่วนประกอบหลายอย่างที่ทำให้เกิด paste ทั้งเนื้อบด มกโคลี่ที่ฝน หรือน้ำมะเขือเทศเข้มข้น นั้นหมายความว่า tomato paste จานนี้มะเขือเทศไม่ได้เป็นส่วนประกอบหลัก ส่วนประกอบหลักคือเนื้อบด มกโคลี่ที่ฝนเป็นเม็ดเล็กๆทำสร้าง paste แข็งแกร่งขึ้น และน้ำมะเขือเทศเข้มข้นที่ช่วยเสริมรสชาติให้เด่นชัดขึ้น ดังนั้นกว่าจะเป็น tomato paste จานนี้ ไม่ใช้แค่หนึ่งส่วนประกอบแต่ยังประกอบด้วยสามส่วนหลัก และส่วนของเครื่องชูรสอื่นๆ ดังนั้นบางครั้ง tomato paste เองไม่จำเป็นต้องเป็นส่วนประกอบหลักเสมอไป แต่ใช้ส่วนประกอบอื่นที่เหมาะสมมากกว่าเพื่อให้เกิดรสชาติที่ดีที่สุด ดังนั้นในเมนูนี้ tomato paste จึงเป็นเพียงส่วนที่ช่วยเสริมรสชาติให้เด่นขึ้น แทนที่จะเป็นส่วนประกอบหลัก แต่สุดท้ายแล้ว สปาเก็ตตี้ กับ tomato paste ก็ออกมาเป็นอาหารจานที่อร่อยได้ เป็นเรื่องที่น่าทึ่งครับ

เมนูต่อไปปูผัดผงกระหรี่ chili crabs ปูสดๆ ผงกระหรี่ ไข่ และส่วนประกอบซูรสอื่น เอ๊ไม่มีมะเขือเทศเป็นส่วนประกอบเลย แล้ว tomato เกี่ยวอะไร ปูสดๆ ผงกระหรี่ที่แห้งกำลังพอเหมาะ ไข่ไก่สด รวมกันเป็นเมนูปูผัดผงกระหรี่ และเมนูนี้ถือเป็นเมนูประเภท paste ชนิดหนึ่ง ผมเรียกว่า chili paste แน่นอนทุกส่วนประกอบมีส่วนประกอบหลัก มีเอกลักษณะ และมีส่วนเสริมช่วยให้เด่น แต่หากว่ามีความคิดสร้างสรรค์พอ tomato ที่หั่นเป็นชิ้นๆ ก็จะช่วยเสริมให้เมนูนี้มีสีสัน และรสชาติเปรี้ยวนิดๆ แน่นอนจะรสชาติของเมนูนี้เปลี่ยนไป แต่เราได้ใหม่ขึ้นมาและใช้ชื่อว่า chili crabs with tomato vinger  และแรกเริ่มลูกค้าอาจจะยังไม่ยอม และมีคำติชม เมนูนี้จะเป็นที่ยอมรับหรือไม่ต่อไปนั้นก็ขึ้นอยู่กับหลักการพัฒนารสชาติและคุณค่าทางอาหาร นโยบายในระบบก็เช่นเดียวกันจากการเปรียบเปย การมีส่วนร่วมในระบบเป็นสิ่งสำคัญ การอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ จะช่วยให้สามารถพัฒนาระบบ network ในปัจจุบัน

ถ้าเราเปรียบเทียบคำว่า paste เป็นเป้าหมายในการดำเนินนโยบายของส่วนภาคหนึ่ง และเมนูอาหารจานนั้นๆคือระบบ network แน่นอน ผู้บริหารต้องปรับ paste ให้เข้ากับเมนูอาหารจานนั้นๆ นั้นคือไม่ทำตามใจตน แต่พิจารณาจากสถานภาพของระบบ network ว่า paste นี้ควรจะอยู่ตรงไหนจึงจะเหมาะสม และเกิดความสมดุล ต่อระบบ อนึ่งการฝืนดำเนินการบางอย่างในระบบทั้งที่ตัวเรายังไม่มีศักยภาพความพร้อม นั้นอาจเกิดความผิดพลาด ดังนั้นการกำหนดจุดยืนของส่วนภาคตนเองเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

ไม่หน้าเชื่อว่า หากเราทำอะไรเกินต้วจะมีผลกระทบขนาดนี้ paste ที่เกินพอดีมีผลในเวลาต่อมา และเป็นผลในวงกว้าง เพราะทุกส่วนภาคแก้ปัญหาแบบเดียวกัน อาจเป็นเพราะสังคม network มันหมายความว่า paste ไม่ว่าจะเป็น paste อะไรมันเป็น paste ที่มีเนื้อครืมมากไป และที่สำคัญ paste ในที่นี้มาจากการขอยืมคนอื่นเค้ามา เราถามต่อไปว่าขอยืมคนอื่นมาแล้วยังไง เนื้อ paste ใช้ได้มั้ย อร่อยมั้ย การทำอาหารบ้างหากขาดการใส่ใจเนื้อ paste จะอร่อยได้อย่างไร การทำอาหารที่อร่อยบ้างครั้งไม่ใช้วัสดุดิบชั้นดี แต่มันคือความตั้งใจ ความตั้งใจที่ดีในการทำ ระบบการบริหารที่เว้นช่วงและอาจต้องเปลี่ยนผู้บริหารอาจทำให้ผู้บริหารระบบขาดความตั้งใจในรายละเอียดที่ละเอียดอ่อนนั้นคือความรับผิดชอบในระยะยาวต่อระบบและบางครั้งผู้บริหารควรมีการวางแบบระบบในกรณีที่เกิดการขาดช่วงในการบริหาร

เมนูต่อไปมะเขือเทศทำอะไรได้อีก ไม่น่าเชื่อ ice cream เป็นไงรสชาติจะเป็นยังไงผมยังไม่คาดคิดเลย แน่นอนครับเราทานอาหารคาวเสร็จก็ต้องทานของหวานต่อและของหวานนั้นคือ ice cream ส่วนประสมก็ มะเขือเทศ (พระเอกของงาน) นม ไข่ และ sugar เพิ่มความหวานของเรื่องราวต่อจากนี้ไป แต่กลิ่นล่ะครับกลิ่นของ tomato มีลักษณะเฉพาะ ซึ่งผู้ชำนาญในการทานเท่านั้นจึงจะชินกับมัน เราอาจใช้ผู้ช่วยเพื่อสร้างเรื่องราวให้ดีขึ้น สตอเบอรี่เป็นไง ด้วยสีสันกับรสชาติที่เป็นผลไม้สูตรเย็น กับผลไม้สูตรร้อนอย่าง tomato สรุปว่าอร่อยและได้ประโยชน์ด้วย ผมใช้ชื่อว่า tomato and friend ice cream

แน่นอนครับ รสชาติที่ออกมานั้น ออกจะประแล่มๆ เนื่องจากอะไรเนื่องจากมะเขือเทศนั้นไม่เหมาะกับการทำเป็นอาหารสูตรเย็นเช่นไอครีม เพราะรสชาติของมะเขือเทศนั้นเป็นที่นิยมในการทำอาหารในสูตรร้อน คือเป็นอาหารที่สร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายโดยธรรมชาติ ไม่เหมือนสตอเบอรี่ที่เติบโตในภูมิอากาศที่เย็นผลลัพท์ที่ออกมาก็คือสามารถนำมาทำอาหารในสูตรเย็นได้ดี เช่นไอครีม หรือเจลลี่ แต่ถ้าไม่มีการประดิษฐ์สิ่งใหม่ขึ้นมา ก็จะไม่มีการพัฒนา และเติบโตต่อไป ดังนั้นการเสี่ยงที่จะทำอะไรใหม่เพื่อคาดหวังให้เกิดสิ่งใหม่ๆขึ้นมานั้น บางครั้งเราหรือผู้บริหารต้องลองเสี่ยงดู เสี่ยงเพื่อการพัฒนาและเติบโตต่อไป ถึงบางครั้งอาจจะไม่ประสบความสำเร็จแต่ เราก็ได้ลองและทำมันแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นยังสามารถนำมาวิจัยพัฒนาต่อไปได้อีก

tomato and friend ice cream เขาบอกเราว่าเราไม่สามารถยืนยัดอยู่เพียงผู้เดียวได้ ในโลกของห่วงโซ่อุปทาน ที่การเคลื่อนไหวหรือการกระทำอะไรบ้างอย่างเพียงเล็กน้อยก็จะมีผลต่อระบบ network ที่เราผูกพัน ดังนั้นหากส่วนภาคเราเป็น network ที่มีห่วงโซ่อุปทาน เราคงไม่สามารถยืนยัดอยู่เพียงคนเดียวได้ เนื่องจากถึงแม้ว่าส่วนภาคเราจะไม่พึงพิงอะไรกับส่วนภาคอื่น แต่ส่วนภาคเราก็จะได้รับผลกระทบด้วย ยิ่งถ้าเป็นส่วนภาคที่แข็งแกร่งสามารถยืนยัดอยู่เพียงส่วนภาคเดียวได้ แต่ได้รับผลกระทบเพียงบางส่วน นั้นยิ่งสมควรเขาไปมีส่วนร่วมในสหภาค เพราะนั้นหมายความว่าส่วนภาคนั้นมีกำลังเพียงพอที่จะแบ่งปันทรัพยากรบางส่วนให้กับส่วนภาคอื่นโดยสิ่งแลกเปลี่ยนนั้นอาจเป็นเงินตรา หรือมาตรการทางการค้าต่างๆ อย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว tomato เป็นผลไม้ที่มีคุณค่าสูงแต่ ในบางจังหวะก็ไม่สามารถนำมาทำเป็นอาหารได้โดยลำพัง ดังนั้น friend จึงเป็นส่วนสำคัญ ยิ่งเมนูนั้นเป็นเมนูที่ประกาศโดยแพร่หลายแล้ว ก็เสมือนกับว่าเมนูนั้นเขาไปอยู่ใน ระบบ network ซึ่งเราอาจทำได้ดี แต่จะดีมากขึ้นก็ต้องมีภาวะที่ต้องยอมพึงพิงบ้าง ในโลกของธุรกิจ หรือเศรษฐกิจไม่มีใครสามารถยืนยัดอยู่เพียงลำพังได้ บ้างครั้งเราต้องให้การช่วยเหลือ และยอมพึงพิงบ้าง และการปฎิบัตินั้นควรปฎิบัติตามคำดังกล่าวว่า "หากท่านพยายามหว่านสิ่งไม่ดี ท่านก็จะได้รับสิ่งไม่ดีไปมากท่านนั้น ยิ่งท่านหว่านสิ่งไม่ดีมากเท่าไหร่ ท่านก็ยิ่งรับสิ่งไม่ดีกลับมากเท่านั้น ในทางตรงกันข้ามก็เช่นกัน"

ทั้ง Paste และ friend มีส่วนสำคัญมากในการดำเนินการภายใต้ระบบ network ที่เป็น network แบบ anhydrous tomato ภายในภายสภาวะขาดแคลนนโยบาย อีกทั้งเพื่อนบ้านก็ย้ำแย่จากระบบเงื่อนอุปทาน ในบางครั้ง Paste คือนโยบาย friend คือการร่วมมือจึงมีส่วนสำคัญในการดำเนินงาน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น